คดีพลิก! ผัวชาวลาว พูดแล้ว เปิดอีกมุมไม่คาดคิด ปมปลิดชีพโหดแฟนสาว!!!!

วันที่ 27 มีนาคม 2569 ที่ สถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง มีรายงานบรรยากาศช่วงเช้าก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวนายต้อม ชาวลาว ผู้ต้องหาในคดีปลิดชีพหั่นร่าง น.ส.แรม แฟนสาวชาวลาว ส่งฝากขังผัดแรกต่อศาลอาญา

จากการสังเกตพบว่า นายต้อมตื่นขึ้นมาอ่านหนังสือธรรมะภายในห้องควบคุม มีท่าทีสงบ รับประทานอาหาร ดื่มน้ำเปล่าและน้ำอัดลมได้ตามปกติ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเวรหน้าห้องควบคุมผู้ต้องหาให้ข้อมูลว่า ผู้ต้องหาไม่มีอาการเครียด สามารถกินและนอนหลับได้ตามปกติ

ต่อมาเวลา 09.25 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายต้อมไปฝากขังผัดแรกที่ศาลอาญา ระหว่างนั้นได้สอบถาม โดยนายต้อมกล่าวว่า คิดถึงแฟนมาก และอยากขอโทษพ่อแม่ของผู้เสียชีวิต รวมถึงทั้งสองฝ่าย พร้อมยอมรับว่าอ่านหนังสือธรรมะระหว่างถูกควบคุมตัว เนื่องจากตั้งใจจะบวชหลังพ้นโทษ

อย่างไรก็ตาม นายต้อมปฏิเสธว่าไม่ได้มีความหึงหวงถึงขั้นก่อเหตุ อ้างว่าเดิมตั้งใจจะให้พ่อแม่มาพูดคุยกันที่บ้าน แต่ผู้เสียชีวิตไม่ยินยอม อีกทั้งมีการโวยวาย จึงเผลอเข้าไปจับตัวไว้ โดยยืนยันว่าในขณะนั้นไม่ได้โกรธ แต่ยอมรับว่าฟิวส์ขาด

ส่วนการอำพรางร่าง นายต้อมยอมรับว่า ในช่วงเวลานั้นคิดอะไรไม่ออก เมื่อถูกถามถึงความรู้สึก นายต้อมตอบว่า เสียใจมากครับ และเมื่อถูกถามว่ารักผู้เสียชีวิตจริงหรือไม่และเหตุใดจึงก่อเหตุลักษณะดังกล่าว เจ้าตัวตอบว่า อันนี้ไม่รู้ครับ

นายต้อมยังกล่าวว่า รู้สึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้น และไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขได้ พร้อมยอมรับโทษตามกฎหมาย และยินดีรับโทษประหารชีวิต โดยระบุว่าอยากให้เป็นอุทาหรณ์แก่ผู้อื่น อย่าประมาทในชีวิต ตนประมาทเกินไป หากได้รับโทษประหารชีวิตก็ยอมรับ เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่คนอื่น แต่หากพ้นโทษออกมา จะขอบวชให้แฟนสาวตลอดชีวิตที่ประเทศลาว

ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ มีอัตราโทษสูง และอยู่ในความสนใจของประชาชนอย่างกว้างขวาง

เรียบเรียงโดย มุมข่าว