ร้องสื่อขอความเป็นธรรม! แม่เลี้ยงเดี่ยวสุดช้ำ แฉตำรวจหนุ่มหลอกยืมเงิน-ใช้ชื่อออกรถ พอได้ครบกลับเงียบหาย ทิ้งภาระหนี้ท่วมหัว
เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569 เพจโหนกระแส ได้รายงานข่าวกรณีหญิงรายหนึ่งได้ร้องเรียนมายังเพจโหนกระแสว่า ถูกตำรวจรายหนึ่งหลอกลวงจนสูญเสียทรัพย์สินจำนวนมาก ได้ช่วยเหลือเรื่องเงินเกือบ 600,000 บาท รวมถึงยังใช้ชื่อตนกู้ซื้อรถยนต์ให้ เพราะฝ่ายชายอ้างว่าดำเนินการเองไม่ได้ ปัจจุบันฝ่ายชายค้างชำระค่างวดจนมีหนังสือทวงหนี้ส่งมาหาเธอ อีกทั้งยังขาดการติดต่อ #ไม่สามารถติดตามนำรถกลับคืนได้ เมื่อเธอไปแจ้งความตำรวจบอกว่าเป็นคดีแพ่ง ต้องไปทำการฟ้องร้องเอาเอง เธอจึงต้องการร้องเรียนไปยังต้นสังกัด เพื่อขอความเป็นธรรม และให้นำรถคืนมาเพื่อจัดการปัญหาหนี้สิน
ต่อมาในช่วงปีใหม่ปี 2567 ตนได้ไปเที่ยวบ้านฝ่ายชาย ฝ่ายชายพาเข้าเมืองโดยไม่บอกล่วงหน้า และให้ตนไปเคลียร์หนี้แทนเขาหลายเจ้า บางเจ้ามียอดสูงกว่า 1 แสนบาท ซึ่งตนยอมจ่ายเพราะความกลัว เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ของเขาเพียงลำพัง ฝ่ายชายอ้างว่าจะกู้เงินมาคืนให้ หรือรอเงินปันผลสหกรณ์ออกก็จะเคลียร์ให้ทั้งหมด
ตนมีสลิปการโอนเงินให้ฝ่ายชายกว่า 300 รายการ ยอดรวมเกือบ 6 แสนบาท โดยข้ออ้างที่ฝ่ายชายมักใช้เวบายืมเงินคือ จะนำเงินไปจ้างเวรให้คนอื่นทำแทน เพื่อให้ตัวเองไม่ต้องไปทำงานและอยู่บ้านเฉย ๆ แต่ยังได้รับเงินเดือน
ฝ่ายชายไม่เคยใช้คำหวานหรือบอกรักบอกคิดถึงตนเลย #แต่ตนให้เงินเพราะความสงสาร และนอกจากเงินก้อนใหญ่แล้ว เขายังขอยืมเงินค่ากินค่าเล็ก ๆ น้อย ๆ ครั้งละ 100-1,500 บาท อยู่ตลอด ซึ่งต่างจากแฟนคนก่อน ๆ ที่ตนเคยคบมา ฝ่ายชายเคยคืนเงินตนเพียงครั้งเดียว จำนวน 30,000 บาท เมื่อตอนที่เงินปันผลสหกรณ์ออก ซึ่งได้หักลบออกจากยอดรวมสุทธิแล้ว
ฝ่ายชายได้ให้ตนใช้ชื่อเป็นผู้กู้ซื้อรถยนต์มือสอง ราคาประมาณ 3-4 แสนบาท #โดยฝ่ายชายอ้างว่าตัวเขาเองไม่สามารถกู้ซื้อได้ ตนเป็นทั้งคนกู้และมีชื่อเป็นเจ้าของรถ ผ่อนงวดละ 7,000 กว่าบาท ฝ่ายชายรับปากว่าจะผ่อนเอง แต่กลับผ่อนไปได้เพียงงวดเดียว จากนั้นก็หยุดผ่อนจนค้างชำระมา 3 เดือน ทำให้มีเจ้าหน้าที่โทรมาทวงถาม
ต่อมามีผู้หญิงคนหนึ่งโทรมาหาตนเรื่องประนอมหนี้รถ ยอดผ่อนลดลงเหลือ 4,000 กว่าบาท โดยตกลงจะเริ่มจ่ายตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2569 แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีการจ่าย จนค้างมาอีก 3 เดือน และมีหนังสือแจ้งหนี้ส่งมาถึงตนแล้ว
เมื่อตนพยายามโทรไปสอบถามเรื่องรถกับผู้หญิงคนนั้น ตอนแรกเขาบอกให้ไปหาทะเบียนรถมาให้ได้ก่อน แต่พอตนได้ทะเบียนรถมาแล้ว โทรไปอีกครั้งกลับพบว่ามีการตั้งโอนสายทิ้งไว้ ทำให้ตนกังวลว่ารถจะถูกส่งข้ามชายแดนไปแล้ว เนื่องจากฝ่ายชายมีเส้นสายและเพื่อนฝูงเยอะในทุกจังหวัดทางภาคเหนือ ปัจจุบันตนต่อฝ่ายชายไม่ได้เลย และไม่รู้ว่ารถอยู่ที่ไหน
ตนได้เดินทางไปพบตำรวจที่โรงพัก เล่ารายละเอียดให้ฟัง แต่ตำรวจบอกว่าเป็นคดีแพ่ง เป็นเรื่องการผิดสัญญา และไม่รับแจ้งความ แนะนำให้ไปหาทนายความแทน แม้ตนจะพยายามแสดงสัญญากู้ยืมเงินที่มีอยู่ แต่ตำรวจก็ยังยืนยันว่าเป็นคดีแพ่ง เขาไม่มองว่าเป็นคดีอาญาฐานยักยอก
ก่อนหน้านี้ตนเคยคุยกับญาติของฝ่ายชายผ่านทางเฟซบุ๊ก เพื่อให้ช่วยติดตามรถคืน แต่ญาติบอกว่าเขาก็ไม่อยากคุยกับหลานตัวเองเช่นกัน เพราะรู้พฤติกรรมดีว่าติดหนี้ไปทั่ว ไปยืมเงินคนอื่นแล้วไม่จ่าย
ตนต้องการให้หน่วยงานต้นสังกัดรับรู้ถึงพฤติกรรมของลูกน้องคนนี้ และหวังว่าหากเรื่องนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ผู้บังคับบัญชาจะช่วยตามให้ฝ่ายชายมาคืนเงิน เพื่อไม่ให้เสื่อเสียชื่อเสียงขององค์กร
Cr.โหนกระแส
