วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามสภาพอากาศและประเมินปัจจัยเสี่ยงร่วมกับประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่องฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทยและคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามัน ฉบับที่ 1 (79/2569) ลงวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 เวลา 05.00 น. โดยระบุว่า ระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม - 1 มิถุนายน 2569 ภาคใต้และภาคกลางจะมีฝนเพิ่มขึ้น มีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และบางแห่งมีฝนตกหนักมาก

ขณะที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง จะมีฝนตกหนักในช่วงวันที่ 29 พฤษภาคม - 1 มิถุนายน 2569 ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังค่อนข้างแรง ประกอบกับแนวร่องมรสุมพาดผ่านประเทศไทยตอนบน
ทั้งนี้ มีพื้นที่เฝ้าระวังฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง และดินโคลนถล่ม ระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม - 1 มิถุนายน 2569 ดังนี้
ภาคเหนือ 17 จังหวัด
ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ และอุทัยธานี
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด
ได้แก่ เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
ภาคกลาง 25 จังหวัด
ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และสมุทรปราการ
ภาคใต้ 9 จังหวัด
ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่เฝ้าระวังคลื่นลมแรง ได้แก่ จังหวัดระนอง ในพื้นที่อำเภอเมืองระนอง สุขสำราญ และกะเปอร์ จังหวัดพังงา ในพื้นที่อำเภอเกาะยาว ตะกั่วทุ่ง ท้ายเหมือง ตะกั่วป่า และคุระบุรี รวมถึงจังหวัดภูเก็ตทุกอำเภอ
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จึงได้ประสานแจ้งไปยัง 71 จังหวัด และศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตทั่วประเทศ ให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมความพร้อมรับมือ โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน และสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง รวมถึงจัดเตรียมทีมปฏิบัติการและเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าประจำพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที
โดยเฉพาะพื้นที่ที่เคยเกิดน้ำท่วมเป็นประจำ ให้เร่งระบายน้ำเพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ โดยเฉพาะถ้ำน้ำตกและถ้ำลอด หากมีความเสี่ยงเกิดอันตราย ให้ประกาศแจ้งเตือนและปิดกั้นพื้นที่ไม่ให้บุคคลเข้าโดยเด็ดขาด
กรณีพื้นที่ชายฝั่งที่มีคลื่นลมแรง ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตั้งสัญญาณแจ้งเตือนบริเวณชายหาด และห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำ รวมถึงแจ้งเตือนชาวเรือ ผู้บังคับเรือ และผู้ประกอบการเดินเรือโดยสาร ให้เพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ หากสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรง ให้พิจารณาสั่งห้ามเดินเรือทันที พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและเข้าช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามประกาศแจ้งเตือนภัยผ่านแอปพลิเคชัน THA DISASTER ALERT รวมถึงแจ้งเหตุหรือขอความช่วยเหลือผ่านไลน์ ปภ.รับแจ้งเหตุ1784 และสายด่วนนิรภัย 1784 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ขอบคุณที่มา: www.siamnews.com
